วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

พระอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจทางด้านศิลปะ โดย ศาสตราจารย์ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต และคนอื่นๆ          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในด้านศิลปะเป็นพิเศษ และได้ทรงงานด้านทัศนศิลป์และวรรณศิลป์ คือ  ในด้านจิตรกรรมประติมากรรม การถ่ายภาพ งานช่างไม้และการต่อเรือ การตนตรี การแต่งและแปลหนังสือ อาจกล่าวสรุปงานศิลปะฝีพระหัตถ์ ได้โดยสังเขปดังต่อไปนี้

          ในด้านจิตรกรรม ทรงสนพระราชหฤทัยในการเขียนภาพ โดยทรงฝึกเขียนด้วยพระองค์เอง ทรงศึกษาวิธีการเขียนภาพจากหนังสือตำราระหว่างพุทธศักราช ๒๔๘๐ – ๒๔๘๘ เมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ได้ทรงเริ่มเขียนภาพ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๒ - ๒๕๑๐ มีผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ๑๐๗ ภาพ ทรงใช้พระนามย่อในแต่ละภาพว่า  “ภ.อ.”

          ในด้านประติมากรรม ทรงสนพระราชฤทัย และทรงงานศิลปะฝีพระหัตถ์ด้านประติมากรรม ระหว่างพุทธศักราช  ๒๕๐๘ –๒๕๑๐  โดยมีนายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์  ศิลปินแห่งชาติด้านประติมากรรม เป็นที่ปรึกษาและถวายงาน ทรงปั้นพระรูปสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระพุทธนวราชบพิตร  พระพิมพ์ส่วนพระองค์ และรูปปั้นผู้หญิงนั่งคุกเข่า 

          ในด้านการถ่ายภาพ ทรงสนพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงถ่ายภาพรามเกียรติที่ระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ทรงบันทึกภาพเหตุการณ์ สถานที่ บุคคลในทุกแห่งที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎร และโครงการในพระราชดาริ ทรงใช้ภาพถ่ายประกอบการพิจารณาโครงการเพื่อพัฒนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์แก่หน่วยราชการ และองค์กรที่ประสงค์จะนำไปตีพิมพ์ในหนังสือที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในโครงการเพื่อการพันนาต่างๆ
          ศิลปะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดมากเป็นพิเศษ  คือ  ดนตรี  ขณะที่ทรงศึกษาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ทรงศึกษาวิชาดนตรีจากการอ่านหนังสือ และต่อมาทรงมีพระอาจารย์ถวายคำแนะนำ ทรงฝึกเครื่องดนตรีหลายประเภท แต่ที่โปรดมาก คือ เครื่องดนตรีประเภทเป่า เช่น แซกโซโฟน แคลริเน็ต ทรัมเป็ต และโปรดดนตรีแจ๊ส ดิกซีเเลนด์ ได้ทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง และเนื้อร้องเพลงบางเพลงเป็นภาษาอังกฤษ เพลงพระราชนิพนธ์ระหว่างพุทธศักราช  ๒๔๘๙ - ๒๕๓๘  มี ๔๗  เพลง

          ในด้านงานช่าง ซึ่งเป็นทั้งศิลปหัตถกรรม และเทคโนโลยี  ได้แก่  การสร้างหุ่นจำลองเรือรบเรือใบ  และประดิษฐ์ของเล่นเมื่อยังทรงพระเยาว์เมื่อพุทธศักราช  ๒๕๐๗  ทรงสนพระราชหฤทัยในกีฬาเรือใบ  ทรงต่อเรือใบพระที่นั่งด้วยพระองค์เองหลายประเภท  ทรงใช้เรือใบที่ทรงสร้างเองในการแข่งกีฬาเรือใบประเภทโอเค  ทรงสนพระราชหฤทัยโนการวิทยุสื่อสาร  และทรงทดลองการขยายคลื่นสัญญาณให้ส่งทางไกลได้  ทรงซ่อมแซมปรับแก้เครื่องรับ – ส่งวิทยุ ได้เป็นอย่างดี  เมื่อปีพุทธศักราช  ๒๕๓๖  ได้ทรงประดิษฐ์ เครื่องกลเติมอากาศ  “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เพื่อบำบัดน้ำเสียโดยการเติมอากาศผิวน้ำ

          ทางด้านวรรณศิลป์ ทรงสนพระราชหฤทัยทางด้านภาษาทั้งโนแง่ที่เป็นศิลปะ และทักษะเพื่อการสื่อสาร ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเรื่องพระมหาชนก ทรงแปลหนังสือและบทความภาษาอังกฤษ  นอกจากนี้ยังได้พระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องการใช้ภาษาไทย  และการบัญญัติศัพท์พระบรมราโชวาท  และพระราชดำรัสในโอกาสต่างๆ  ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศในหลายโอกาสได้ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เอง
          เมื่อพุทธศักราช  ๒๕๒๙  คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ทูลเกล้าฯ  ถวายพระราชสมัญญาว่า ทรงเป็น  “อัครศิลปิน” มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัญฑิตกิตติมศักดิ์ (ดนตรี) เมื่อพุทธศักราช  ๒๕๓๐

พระราชกรณียกิตด้านการกีฬา

พระราชกรณียกิจด้านการกีฬา
เรือใบเป็นกีฬาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเป็นพิเศษ พระองค์ทรงเป็นตัวแทนของประเทศไทยลงแข่งเรือใบในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 9-16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยทรงเข้าค่ายฝึกซ้อมตามโปรแกรมการฝึกซ้อม และทรงได้รับเบี้ยเลี้ยงในฐานะนักกีฬา เช่นเดียวกับนักกีฬาคนอื่น ๆ ในที่สุด ด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงชนะเลิศเหรียญทอง และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรียญทอง จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ท่ามกลางความปลื้มปีติของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นที่ประจักษ์แก่ชนทั่วโลก ทำให้พระอัจฉริยภาพทางกีฬาเรือใบของพระองค์ที่ยอมรับกันทั่วโลก พระองค์ยังได้ทรงออกแบบและประดิษฐ์เรือใบยามว่างออกมาหลายรุ่น พระองค์พระราชทานนามเรือใบประเภทม็อธ (Moth) ที่ทรงสร้างขึ้นว่า เรือใบมด เรือใบซูเปอร์มด และ เรือใบไมโครมด ถึงแม้ว่าเรือใบลำสุดท้ายที่พระองค์ทรงต่อคือ เรือโม้ค (Moke) เมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 เรือใบซูเปอร์มดยังถูกใช้แข่งขันในระดับนานาชาติที่จัดในประเทศไทยหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายคือเมื่อ พ.ศ. 2528 ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 13
นอกเหนือจากกีฬาเรือใบแล้ว ยังทรงเล่นกีฬาประเภทอื่น ๆ เช่น แบตมินตัน เทนนิส ยิงปืน เป็นต้น

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

(วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546)


“ให้ใช้หญ้าแฝกในการพัฒนา ปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรมดำเนินการขยายพันธุ์ ทำให้มีกล้าหญ้าแฝกเพียงพอด้วย ที่สำคัญต้องไม่ลืมหน้าที่ของหญ้าแฝก ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ และเพื่อการรักษาดิน ให้ทุกหน่วยงานและหน่วยงานราชการที่มีศักยภาพในการขยายพันธุ์ ให้ความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการผลิตกล้าหญ้าแฝก และแจกจ่ายกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เพียงพอ”
  
ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์